Spider-Man: Into the Spider-Verse ต้องมี ‘ครั้งแรก’ เสมอในทุกการเติบโต

  • Spider-Man: Across the Spider-Verse คือภาคต่อของ Spider-Man: Into the Spider-Verse ที่ว่าด้วยเรื่องราวของไมล์ส โมราเลส เด็กหนุ่มในย่านบรุกลิน นิวยอร์ก ที่ถูกแมงมุมกัด และกลายเป็นสไปเดอร์-แมน ฮีโร่ชื่อดังที่เคยสร้างเป็นภาพยนตร์มาแล้วหลายเวอร์ชัน 
  • แม้จะไม่ได้มีชีวิตอาภัพแบบปีเตอร์ ปาร์กเกอร์หรือสไปเดอร์แมนในเวอร์ชันอื่น ๆ แต่ชีวิตวัยรุ่นก็เต็มไปด้วยความรับผิดชอบและการตัดสินใจมากมายที่ไมล์สเพิ่งเคยทำเป็นครั้งแรก เขาเพิ่งเคยตกหลุมรักครั้งแรก ก้าวพ้นจากเงาของพ่อแม่เป็นครั้งแรก ตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ออกไปเผชิญโลกโดยลำพังเป็นครั้งแรก และค้นพบตัวตนของตัวเอง… เป็นครั้งแรก
  • Spider-Man ไตรภาค Spider-Verse นี้จึงไม่ใช่หนังฮีโร่ที่ต้องพิชิตภารกิจกู้โลกเท่านั้น แต่คือหนัง coming-of-age ที่บอกเราว่าทุกการเติบโต มี ‘ครั้งแรก’ เสมอ 

ภาพสวยแบบตาแตก เพลงเพราะแบบติดสกินหูเคลือบทอง ฉากแอ็กชันมันจนลืมหายใจ เนื้อเรื่องก็ดีแทบจะไร้ที่ติ น่าจะเป็นความรู้สึกที่ผู้ชมหลายคนมีต่อภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่อง Spider-Man: Across the Spider-Verse ที่กำลังเข้าฉายอยู่ หลังจากประสบความสำเร็จทั้งด้านรายได้และคำวิจารณ์ในภาคแรกอย่าง Spider-Man: Into the Spider-Verse

น้อยคนที่จะไม่รู้จักสไปเดอร์แมน ฮีโร่ติดดิน กันเอง และนิยามตัวเองว่าเป็น ‘เพื่อนบ้านที่แสนดี’ ของทุกคน และปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ชายผู้ที่อยู่เบื้องหลังหน้ากากฮีโร่นี้ และถ้าหากคุณรู้จักสไปเดอร์แมน ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่คุณจะไม่รู้จัก ‘ลุงเบน’ ลุงผู้เป็นที่รักของปีเตอร์ เพราะการตายของเขาเรียกได้ว่าเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของปีเตอร์และเป็นปมใหญ่ที่สุดในใจเขา

แต่แอนิเมชันที่ตั้งใจทำเป็นหนังไตรภาคอย่าง Spider-Man: Into the Spider-Verse และ Across the Spider-Verse นี้ไม่ได้มีตัวละครหลักเป็นปีเตอร์ ปาร์คเกอร์ ชายผู้สูญเสียลุงอันเป็นที่รักไปและต้องอาศัยอยู่กับป้า เพราะหนังจะพาเราไปรู้จักกับ ไมล์ส โมราเลส เด็กหนุ่มแอฟริกัน-เปอร์โตริกัน วัย 15 ปี ที่อาศัยอยู่กับครอบครัวอันอบอุ่นในย่านบรุกลิน นิวยอร์ก เจฟเฟอร์สัน เดวีส์ พ่อของเขา เป็นนายตำรวจผู้ซื่อตรงต่อหน้าที่ ส่วน ริโอ โมราเลส ผู้เป็นแม่เป็นนางพยาบาลผู้จู้จี้และห่วงลูดสุดหัวใจ เรื่องการเรียนไมล์สก็ไม่เป็นรองใคร เขาทำให้พ่อแม่ภูมิใจด้วยการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายชั้นนำของเหล่าหัวกะทิได้ด้วย

ชีวิตไมล์สดูไม่ได้มีอะไรเหมือนกับปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ เด็กกำพร้าพ่อแม่ที่ต้องอาศัยอยู่กับลุงและป้า แถมยังต้องเห็นลุงตายต่อหน้าต่อตา (ซึ่งในจักรวาลของไมล์ส สไปเดอร์แมนและปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ก็มีตัวตนอยู่แล้ว) แต่ใช่ว่าประโยค “พลังอันยิ่งใหญ่ มาพร้อมกับความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง” จะใช้ไม่ได้กับเขา เพราะเด็กอายุ 15 คนหนึ่งที่จู่ ๆ ก็ต้องกลายเป็นซุปเปอร์ฮีโร่ ก็มีปัญหามากมายให้ต้องแก้และความคาดหวังอีกมากมายให้ต้องแบกรับเช่นกัน

สิ่งที่น่าสนใจในไตรภาค spider-verse นี้จึงไม่ได้มีเพียงแค่พลังยิ่งใหญ่ของฮีโร่ชีวิตแหลกสลายและภารกิจที่เขาต้องพิชิตให้ได้ แต่หนังกลับถ่ายทอดเรื่องราวของเขาออกมาในแนว coming-of-age เด็กวัยรุ่นที่กำลังจะเติบโต ตกหลุมรักครั้งแรก ก้าวพ้นจากเงาของพ่อแม่เป็นครั้งแรก ตัดสินใจในเรื่องใหญ่ ๆ ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก ออกไปเผชิญโลกโดยลำพังเป็นครั้งแรก และค้นพบตัวตนของตัวเอง… เป็นครั้งแรก

ตัวตนที่ต้องเป็นและตัวตนที่อยากจะเป็น  

จากเจ้าหนูไมล์สที่เพิ่งได้รับพลังมาและต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับพลังให้ได้ในภาคแรก ภาคสองนี้ ไมล์สเป็นวัยรุ่นอายุ 15 ที่เริ่มคุ้นชินกับพลังตัวเอง แต่ปัญหาใหม่ที่ต้องแก้ก็คือ ขณะที่เขาเริ่มทำความเข้าใจและปรับตัวกับบทบาทฮีโร่ของตัวเองได้ บทบาทของการเป็นนักเรียนในโรงเรียนหัวกะทิผู้เป็นความหวังของพ่อแม่ของเขากลับเริ่มบกพร่อง

ครอบครัวของไมล์สอบอุ่นก็จริง แต่พ่อแม่ก็คาดหวังในตัวลูกสูงจนลูกไม่มั่นใจในตัวเอง แสดงออกว่ารักมากก็จริง แต่เจฟเฟอร์สันก็ถึงกับเคยประกาศออกโทรโข่งรถตำรวจให้ลูกหันมาบอกรักเขากลับตอนไปส่งลูกหน้าโรงเรียน ใส่ใจก็จริง แต่ริโอก็ถึงกับถามไมล์สว่าจะฆ่าแม่ให้ตายหรือไง เพียงเพราะเห็นว่าลูกได้เกรด B ในวิชาสเปนที่ควรจะได้ A+ แถมพอไมล์สตั้งเป้าหมายว่าจะเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ในสาขาที่เขาใฝ่ฝัน ริโอก็กลับไม่อยากให้ไมล์สเดินทางออกจากบ้านเกิด

บทบาทฮีโร่ของไมล์สจึงไม่ใช่ภาระหรือความรับผิดชอบอันใหญ่ยิ่ง หากแต่เป็นบทบาทที่เขาดูจะได้เป็นตัวของตัวเองมากกว่าการเป็นไมล์ส โมราเลส ส่วนภาระอันใหญ่ยิ่ง กลับเป็นการต้องรักษาความเป็นไมล์ โมราเลส เด็กเรียนดีมีอนาคตสดใสของพ่อแม่ พื้นที่ว่างระหว่างการเป็นไมล์สและการเป็นสไปเดอร์แมนกลายเป็นเหมือนช่วงเวลาเปลี่ยนผ่านจากการเป็นเด็กชายไมล์สที่ครอบครัวคาดหวัง เพื่อไปค้นพบตัวตนของไมล์สอีกคนในแบบที่เขาอยากจะเป็น ได้เห็นความเป็นไปได้หลากหลายรูปแบบของการเติบโต ได้พบเจอ ‘ผู้คนที่เหมือนกับเขา’ จากการได้ไปพบเจอสไปเดอร์แมนที่มาจากเวิร์สอื่น ๆ ไม่ต่างอะไรจากวัยรุ่นสักคนที่ค้นพบสิ่งที่ตัวเองชื่นชอบแต่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพ่อแม่ การมีเรื่องหนักอกหนักใจที่บอกพ่อกับแม่ไม่ได้ การคบเพื่อนสักกลุ่มที่พ่อแม่ไม่อยากให้คบ

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อนคนหนึ่งของเราที่เป็นชาว LGBTQIA+ ก็โพสต์ถึงประเด็นนี้ไว้ว่า การไม่สามารถเปิดเผยกับพ่อแม่ถึงอีกตัวตนหนึ่งที่เราเป็นได้ ก็ชวนให้เขานึกถึงการเปิดเผยเพศของชาว LGBTQIA+ ให้พ่อแม่รู้เช่นกัน เรื่องราวของไมล์สจึงไม่ใช่เพียงเรื่องราวของฮีโร่คนหนึ่งที่ต้องปิดบังตัวตนเพื่อความเป็นส่วนตัวหรือความปลอดภัยในชีวิตตามขนบฮีโร่คนอื่น ๆ แต่การต้องปิดบังตัวตนจากครอบครัวเพราะกลัวว่าพวกเขาจะ ‘รับไม่ได้’ ของไมล์สได้กลายเป็นภาพแทนของสิ่งที่วัยรุ่นหลาย ๆ คน โดยเฉพาะชาว LGBTQIA+ ต้องพบเจอ

ครั้งแรกสำหรับทุกสิ่ง

“ในจักรวาลอื่น ๆ เกว็น สเตซี ตกหลุมรักสไปเดอร์แมน และในจักรวาลอื่นนั้น มันจบไม่สวย”

“แต่มันก็มีครั้งแรกสำหรับทุกอย่างไม่ใช่เหรอ”

นอกจากเกว็นจะเป็นคนที่มีพลังพิเศษเหมือนกับไมล์สแล้ว เธอยังเป็นคนที่เขามีใจให้ แต่เกว็นมักจะทิ้งระยะห่างความสัมพันธ์ไว้  เธอให้เหตุผลกับไมล์สว่าเพราะในทุกจักรวาลอื่น ๆ ที่เกว็น สเตซีตกหลุมรักสไปเดอร์แมน เรื่องราวก็จบไม่สวย ในขณะที่ไมล์สเชื่อว่า มันมีครั้งแรกของทุกอย่างเสมอ

‘ครั้งแรกของทุกอย่าง’ ดูจะเป็นอีกประเด็นสำคัญในสไปเดอร์-เวิร์สภาคนี้ ในความเป็นไมล์ส โมราเลส ไมล์สต้องเลือกเส้นทางอาชีพเป็นครั้งแรก แหกกฎของพ่อแม่เป็นครั้งแรก ขณะที่ในฐานะของการเป็นสไปเดอร์แมน ไมล์สยิ่งต้องตัดสินใจทำสิ่งที่ตัดสินใจได้ยากยิ่งกว่านั้น คือการแหกกฎของมัลติเวิร์สเป็นครั้งแรก จักรวาลอื่นความรักของสไปเดอร์แมนกับเกว็น สเตซี จะเคยไม่สมหวังมากี่ครั้ง แต่ไมล์สเชื่อว่ามันต้องมีจักรวาลหนึ่งที่ความรักนั้นจะสมหวังเป็นครั้งแรก ในจักรวาลอื่น ๆ สไปเดอร์แมนต้องสูญเสียคนสำคัญที่พวกเขารักมากที่สุด และในอนาคต ไมล์สก็มีแนวโน้มที่จะต้องเผชิญเหตุการณ์เดียวกัน แต่ไมล์สก็ประกาศกร้าวว่าเขาจะไม่ยอมให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

“ทุกคนเอาแต่บอกฉันว่าเรื่องราวของฉันควรเป็นยังไง ไม่ ฉันจะทำตามใจตัวเอง”

ทุกการเติบโตย่อมมีเรื่องที่เป็น ‘ครั้งแรก’ เสมอ เรื่องที่หากไม่ลองทำก็จะไม่มีวันได้รู้ เรื่องที่หากไม่ตัดสินใจที่จะทดลองดู ก็ไม่อาจค้นพบความเป็นไปได้หลาย ๆ อย่าง และนี่ก็เป็นสิ่งที่เด็กในวัยของไมล์สหลาย ๆ คนต้องเจอ อายุ 15 คือวัยที่หลายคนต้องเริ่มวาดภาพเส้นทางความฝันของตัวเอง อยากเรียนต่อสายไหน อยากเข้ามหาวิทยาลัยไหน อยากทำอาชีพอะไร เป็นครั้งแรกที่ต้องตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ ในชีวิต เป็นครั้งแรกที่ต้องกล้าก้าวออกมาจากเงาของครอบครัว ครั้งแรกที่ต้องกล้าแหวกค่านิยมสังคมและค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ด้วยตัวเอง แน่นอนว่ามันอาจมีบางการตัดสินใจที่ผิดพลาด อาจมีบางเรื่องที่ไม่เป็นอย่างที่หวัง หรือต้องแลกบางสิ่งเพื่อให้ได้ทำอีกสิ่งเป็นครั้งแรก เหมือนการตัดสินใจของไมล์สที่บางครั้งก็สร้างผลกระทบที่ยิ่งใหญ่ระดับมัลติเวิร์ส แต่สุดท้าย การตัดสินใจนั้นของเขาก็ได้เปิดช่องว่างความเป็นไปได้ให้กับทั้งตัวเขาเองและกับสไปเดอร์แมนคนอื่น ๆ และกลายเป็นก้าวแรก ๆ ในการเติบโตของเขาเช่นกัน

ก้าวผ่าน ‘ครั้งแรก’ ไปด้วยกัน

“ไม่ว่าลูกจะไปที่ไหน ลูกต้องสัญญาว่าจะดูแลเด็กชายคนนั้นให้แม่ ให้แน่ใจว่าเขาไม่ลืมว่าเขามาจากไหน ให้เขาไม่สงสัยเลยว่าเขาได้รับความรัก และให้เขาอย่ายอมให้ใครมาบอกว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการ ต้องสัญญากับแม่นะไมล์ส”

เราต่างต้องการใครสักคนที่อยู่ข้าง ๆ เพื่อให้เรากล้าทำสิ่งต่าง ๆ เป็นครั้งแรก หลายครั้งหลายที ครั้งแรกของเรานั้นมักจะมีพ่อแม่คอยประคับประคองอยู่ พูดได้คำแรก เดินได้ครั้งแรก ปั่นจักรยานสองล้อได้ครั้งแรก เข้าโรงเรียนวันแรก หลายสิ่งที่ไมล์สกล้าที่จะทำเป็นครั้งแรกก็เพราะแรงใจจากพ่อแม่เช่นกัน

เมื่อเห็นว่าลูกตกหลุมรักเกว็นเข้าจริง ๆ และเห็นว่าลูกมีความตั้งใจจริงที่จะไปเรียนไกลบ้าน ริโอก็เริ่มหันหน้าเข้าหาลูกและเปิดใจกันแทนการดุด่าว่ากล่าว สำหรับริโอและเจฟเฟอร์สัน พวกเขาก็เป็นพ่อแม่ครั้งแรก มีลูกเป็นวัยรุ่นครั้งแรกเช่นกัน และลูกคงไม่มีวันได้เติบโตเลยหากทั้งคู่ไม่กล้าปล่อยลูกจากอ้อมอกครั้งแรก 

ริโอบอกลูกว่าทั้งหมดที่ทั้งเธอและเจฟเฟอร์สันทำนั้นก็เพราะเธอกลัวว่าจะไม่มีใครห่วงไมล์สได้เท่าที่พ่อแม่ห่วง ไม่มีใครรักไมล์สได้เท่าที่พ่อแม่รัก แต่เมื่อทำความเข้าใจว่าลูกเองก็ต้องมีครั้งแรก ครั้งแรกที่จะรักใครสักคนที่ไม่ใช่คนในครอบครัว ครั้งแรกที่ตัดสินใจด้วยตัวเอง ครั้งแรกที่ต้องออกไปเผชิญโลกโดยไม่มีพ่อแม่อยู่ใกล้ ๆ ริโอจึงยอมปล่อยลูกไป เพียงแต่ขอให้ลูกให้สัญญากับเธอว่าจะดูแลตัวเองอย่างดี ให้มั่นใจว่าเขาสมควรได้รับความรัก และอย่ายอมให้ใครมาบอกว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการ

“ผมชนะพวกเขาได้เพราะแม่ เพราะเรา”

โลกภายนอกมีเรื่องมากมายให้ไมล์สต้องตัดสินใจ มีเรื่องที่แทบจะใหญ่กว่าตัวให้เขาต้องรับมือ มีคนใจร้ายที่บอกเขาว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการ เขาเป็นความผิดพลาดมาตั้งแต่ต้น เขาไม่ใช่สไปเดอร์แมนที่คู่ควร แต่ในวินาทีที่ก้าวแรกของเขาสั่นคลอนกำลังจะล้ม คำพูดของริโอก็ผุดเข้ามาเป็นกำลังใจให้เขาจนไมล์สหยัดยืนทำอะไรได้ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรกจริง ๆ  

“ดูแลเด็กชายคนนั้นให้แม่… อย่ายอมให้ใครมาบอกเขาว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการ”

ครั้งแรกของบางสิ่งอาจเป็นเรื่องยาก แต่ไมล์สก็กล้าตัดสินใจเมื่อรู้ว่า แม้จะพลาดพลั้ง เขาจะไม่มีวันลังเลสงสัยว่าเขาสมควรได้รับความรักหรือไม่ เขาจะยังมีที่ที่สามารถกลับไปพักใจ และยังเป็นที่ต้องการอยู่เสมอ


Writer

Avatar photo

ปัญญาพร แจ่มวุฒิปรีชา

อย่ารู้จักเราเลย รู้จักแมวเราดีกว่า

Illustrator

Avatar photo

พรภวิษย์ เพ็งเอียด

ชอบกินเนื้อต้มและตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ปีละสามเล่ม

Related Posts