มิโล : เพราะแมวไม่จำเป็นต้องโดดสูงเพียงอย่างเดียว

  • แมวจรจัดตัวจิ๋วนาม ’มิโล’ เกิดมาพร้อมความพิการทางกาย แต่นั่นไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางให้มันใช้ชีวิตได้ตามต้องการ
  • สัตว์ตัวอื่นสอนให้มันรู้ว่า ความแตกต่างไม่ใช่เงื่อนไขของการแบ่งแยก ความหลากหลายนี่แหละเป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นยอด
  • ‘มิโล แมวน้อยกระโดดไม่เป็น’ คือนวนิยายอ่านง่ายกินใจที่เล่าถึงความสัมพันธ์ ปัญหาสังคมกับสิ่งแวดล้อม และวิพากษ์มนุษย์ได้อย่างแสบสันต์

‘มิโล’ ลูกแมวจรจัดสีดำเกิดมาพร้อมภาวะสมองน้อยพัฒนาผิดปกติ (Cerebellar hypoplasia) แข้งขามันอ่อนแรง เดินตุปัดตุเป๋ ตัวสั่นงันงก มิโลกระโดดไม่ได้เหมือนแมวตัวอื่น ทว่าแทนที่จะเกลียดชังความพิการ มันกลับค่อย ๆ ยอมรับตัวเอง รับฟังและเรียนรู้จากสรรพสัตว์กับแม่มนุษย์ใจดีที่ช่วยชีวิตมันไว้ แล้วค้นพบความสุขตามฉบับแมวโดดไม่เป็น

แม่ของมิโลคลอดมันทิ้งไว้ในแปลงดอกไม้ พี่น้องของมันตายยกครอก มิโลเป็นตัวเดียวที่เหลือรอดพร้อมความพิการ ตัวเซโงนเงน ซ้ำยังเป็นแมวดำที่คนเชื่อกันว่านำโชคร้ายมาให้ แมวกำพร้าตัวจ้อยจึงโดดเดี่ยวอยู่ข้างถนนกลางฝนที่เปลี่ยนดินให้เป็นโคลนเหลว เนื้อตัวเปียกปอนขะมุกขะมอม

จนกระทั่งอยู่มาวันหนึ่ง มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งพบมันเข้า เขาตามหาแม่แมวไม่พบ จึงพามันกลับบ้านด้วย แต่เขาเลี้ยงเองไม่ได้ จากมิลานสู่โรม พี่สาวของเขารับมันไปเลี้ยงแทน ตั้งชื่อมันว่า ‘มิโล’ เหมือนตัวละครโปรดในภาพยนตร์ที่ดูอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วเข้มแข็งกว่าใคร ชีวิตใหม่ของแมวดำนามมิโลเริ่มต้นขึ้นนับจากนั้น

บทเรียนจากผองสัตว์ 

มิโลสัมผัสได้ถึงชีวิตนอกห้อง กลิ่นที่ไม่คุ้นเคยโชยมาเตะจมูก ภาพที่ไม่คุ้นตาปรากฏนอกหน้าต่าง นกโฉบผ่านไปมาแต่ไม่ได้หยุดพูดคุยกับแมวอย่างมิโล จนกระทั่งนกนางนวลชราตัวหนึ่งหลุดเข้าห้องมา เขาชื่อเวอร์จิล นกเฒ่าเล่าว่าพวกนางนวลพากันอพยพเข้าเมือง แล้วบางทีก็บินผิดทิศเพราะแสบตาจากแสงสะท้อนกระจกตามตึกรามบ้านช่อง อาจเป็นเพราะทะเลถูกทำลายจนปลาลดจำนวนลง ฝูงนกจึงไม่มีทางเลือกนอกจากเข้าเมืองหากินเศษอาหารของมนุษย์ มิโลฟังแล้วก็รู้สึกผิดที่แม่มนุษย์เทอาหารดี ๆ ให้แต่บางครั้งมันก็ไม่กิน ทว่านางนวลเฒ่าบอกมิโลว่าแต่ละชีวิตต่างประสบปัญหากันคนละแบบ

“เจ้าบอกว่ากระโดดไม่เป็นใช่ไหม เป็นไปไม่ได้” เวอร์จิลพยายามฝึกแมวน้อยโดยบอกให้มิโลรวบรวมสมาธิแล้วพุ่งตัวไปข้างหน้า เจ้าเหมียวขึ้นโซฟาได้เป็นครั้งแรก

“เจ้าแค่ต้องฝึกฝน แล้วคอยดูสิว่ามันจะง่ายขึ้นเรื่อย ๆ” นางนวลกล่าว มันแวะเวียนมาเล่นกับมิโลอยู่เนืองนิจ แต่ไม่นานหลังจากนั้นก็อพยพไปที่อื่น ทิ้งไว้เพียงข้อคิดสำคัญที่มิโลระลึกถึงทุกครั้งที่กระโดดขึ้นโซฟา

หลังพบกับนางนวล มิโลพบแมงป่องเปียรีโนตัวดำเมี่ยม เพื่อนตัวใหม่ที่ทำให้มันรู้ว่าสองชีวิตที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกลับมีจุดคล้ายคลึงกันเกินคาด ทั้งสองตัวสีดำ ดูเหมือนดุร้ายแต่ไม่ทำอันตรายใครก่อนหากไม่จำเป็น เปียรีโนบอกมิโลว่าการล่าที่เป็นสัญชาตญานของแมวกับการต่อยเพื่อป้องกันตัวของแมงป่องไม่ใช่เรื่องผิด สิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่สร้างความเจ็บปวดให้ผู้อื่นด้วยความพอใจมีเพียงแต่มนุษย์เท่านั้น

“ต่อให้ฉันไล่จับสัตว์เป็น ฉันก็จะไม่มีวันไล่จับนาย” มิโลบอกเพื่อนรัก มันเป็นแมว มันจะไม่เอาอย่างมนุษย์

เมื่อเรื่องราวของมิโลดำเนินไป เราจะได้เห็นการเติบโตของเจ้าแมวทีละน้อย ยิ่งพบสัตว์อื่นมากขึ้นเท่าไร มิโลยิ่งเข้าใจตัวเองมากขึ้น มันเข้าใจ ‘ความเป็นแมว’ ผ่านมุมมองของสัตว์อื่น

ดูเหมือนห้องนี้มีจะแขกมาเยี่ยมเยียนไม่ขาดสาย นอกจากนกและแมงป่อง สัตว์อีกชนิดที่มิโลพบเจอคือเม่นชื่อจูเลีย เธอกระเด็นเข้ามาทางหน้าต่าง ตื่นกลัวตามประสาเม่น แถมหนามยังหักและได้รับบาดเจ็บ เธอเล่าว่ามนุษย์กลั่นแกล้งจนเม่นต้องหลบหนี มิโลเลยเล่าเรื่องสมัยมันเป็นแมวจรบ้าง เป็นอีกครั้งที่สัตว์ทั้งสองได้ค้นพบจุดร่วมระหว่างกัน

ทว่าจูเลียมีหนามแต่มิโลไม่มี มันเลยอดสงสัยไม่ได้ว่าจูเลียกอดแม่ของเธออย่างไร คล้ายกับที่แม่มนุษย์กกกอดมันหรือเปล่า

“จะต้องรักษาความสมดุลและระยะห่างให้พอดี เราชอบอยู่ใกล้กันแต่ไม่มากเกินไป แบบนี้เราก็ปลอดภัยทั้งจากหนาม และความหนาว”

มิโลยังไม่เข้าใจ มันรู้สึกอยากอยู่ใกล้แม่ตลอดเวลา แต่ก็รับฟังเพื่อนมีหนาม และคิดว่าสักวันมันอาจต้องการระยะห่างที่มากขึ้นก็เป็นได้ นอกจากมิตรภาพแสนดีที่สัตว์ทั้งหลายมอบให้มิโล สัตว์เหล่านั้นยังช่วยเปิดโลกของมิโลให้กว้างขึ้น 

ตะลุยโลกกว้าง

แม่มนุษย์รู้ดีแก่ใจว่าเธอจะขังแมวน้อยในห้องตลอดไปไม่ได้ เมื่อใช้ชีวิตร่วมกันทุกวัน เธอสังเกตเห็นว่ามันจ้องนอกหน้าต่างบ่อย ๆ และเห็นว่าเจ้าแมวชอบเล่นโลดโผน ดังนั้น แม้จะกังวลสารพัดว่าหากพามิโลออกนอกบ้าน จะมีอันตรายแบบใดจะเกิดกับแมวน้อยได้บ้าง เธอก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะพามิโลออกไปสัมผัสโลกภายนอก

เธอพามันเดินทางไกลถึงเกาะแห่งหนึ่ง เจ้าแมวน้อยได้ออกผจญภัยสมใจ มันหลงทางและได้พบกับสัตว์อีกมากมาย คุณวัวสอนมิโลให้รู้ว่าโลกนี้อาจโหดร้าย และการเขียนบนฉลากว่า ‘เนื้อวัว’ อาจลดความรู้สึกผิดของมนุษย์ แต่ไม่ลดทอนความรุนแรงของการเข่นฆ่า กุ้งไร้ก้ามชื่อคัลยอสโตรทำให้มิโลรู้ว่ามันไม่ได้พิการอยู่ตัวเดียว แมวจรจัดติดอ่างชื่อวาเลนติโนผู้ผ่านชีวิตอันยากลำบากกลายเป็นพี่น้องร่วมบ้านของมิโล แม้จะทำให้แม่เป็นห่วง แต่จุดประสงค์ที่ต้องการให้มิโลรู้จักโลกก็บรรลุดังใจแม่ เพราะเจ้าเหมียวได้เรียนรู้เรื่องที่มันอาจไม่มีวันได้รู้เลยหากมัวอุดอู้อยู่ในห้อง

มิโลกับแม่ 

นอกจากแม่แมวผู้ตายจาก มิโลเรียกหญิงสาวผู้อารีว่าแม่ แม่มนุษย์ใจดีกับมิโลมาก ทั้งอนุญาตให้มันนอนด้วยบนเตียง อุ้ม หาอาหารอร่อย ๆ ให้กิน และพามันไปหาหมอ ที่นั่นเธอกับมิโลรู้พร้อมกันว่าอาการตัวเซของมิโลมีสาเหตุมาจากอะไร

คุณหมอพูดตามตรงว่าอาการนี้จะกระทบการใช้ชีวิตของมิโลแน่นอน เธอต้องระมัดระวังไม่ให้มันเดินชนข้าวของ หัวจุ่มถาดอาหาร หรือแม้แต่พลัดตกจากอาคาร เพราะแมวที่พิการไม่รู้ตัวว่ามันผิดปกติ

“ไม่ใช่เรื่องแปลกหากแมวที่กระโดดไม่เป็นจะมานะพยายามจนปีนป่ายเก่งเป็นเลิศ ขอให้คุณเชื่อมัน แมวของคุณเป็นแมวพิเศษ” 

และเธอก็เชื่ออย่างนั้น เธอเชื่อว่ามิโลน้อยของเธอฉลาดและรู้จักปรับตัว เธอรักลูกแมวของเธอเป็นที่สุด และจะสนับสนุนมันแบบไม่ทะนุถนอมจนความประคบประหงมพรากความสามารถในการใช้ชีวิตจากมันไป

มิโลอาจยังไม่รู้ แต่อย่างที่เม่นจูเลียเคยบอก ในอ้อมกอดอบอุ่นของแม่ ยังมีระยะห่างที่แม่เว้นให้ เธอไว้ใจให้มันอยู่ในห้อง แต่ก็พามิโลออกไปเที่ยวเกาะด้วย เพราะรู้ว่ามันต้องเรียนรู้ที่จะเอาตัวรอดให้เป็น และตระหนักว่าเธอไม่ต้องปกป้องลูกเสมอไป การเห็นลูกผูกสัมพันธ์กับสัตว์อื่น กับธรรมชาติ กับโลก คือบทเรียนที่ยิ่งใหญ่สำหรับแม่เหมือนกัน

มิโลยังคงเป็นแมวเด๋อด๋าแต่กล้าหาญ มันยังกระโดดไม่สูงเหมือนเดิม ทว่านั่นไม่สำคัญแล้ว เพราะมันมีสหายรอบกายและแม่ที่ย้ำเตือนว่า ความแตกต่างเป็นความงาม และเป็นองค์ประกอบสำคัญในความสัมพันธ์ และแม้มันจะกระโดดไม่ได้ ก็ยังทำอะไรก็ได้ เป็นอะไรก็ได้ดังใจปรารถนา 

อ้างอิง

คอสตันซา ริซซาคาซา ดอร์ซอนญา (2018). มิโล แมวน้อยกระโดดไม่เป็น แปลจาก Storia di Milo, il gatto che non sapeva saltare โดย นันธวรรณ์ ชาญประเสริฐ ภาพประกอบโดย เฉลิมพันธุ์ ปัญจมาภิรมย์

https://www.baanlaesuan.com/173210/pets/health/nervous-system-diseases 


Writer

Avatar photo

ศิริกมล ตาน้อย

อยากเกิดใหม่เป็นแมงกะพรุน

Illustrator

Avatar photo

ชัชฎา วัฒนสมบุญดี

นักออกแบบที่สนใจเรื่องคนและพฤติกรรมมนุษย์ ตื่นเต้นทุกครั้งเวลาเจอแมวส้มและมีม เป้าหมายในชีวิตตอนนี้คืออยากทำงานที่คนอ่านได้ประโยชน์

Related Posts